จากเอ็นทรี่ของคุณ Dhammasarokikku นะคับ

How to ทำบุญปีใหม่อย่างไร ให้รวยทันตาเห็น

http://akkarakitt.exteen.com/20090102/how-to

ขอแตกมาเป็นประเด็นตามมุมมองผมนะคับ

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่าเรากำลังพูดถึงอะไรอยู่แน่ๆ มีประเด็น

ตัวอย่างที่ไม่ดี

น้องหนู "พี่ขาหนูอยากรวยค่า"

ตรูเอง "รวยยังไงล่ะหนู"

น้องหนู "หนูก็ไม่รู้อ่ะค่า เอาแบบว่ารวยๆละกันค่า คนอื่นรวยยังไงก็อย่างงั้นแหละค่า"

ตรูเอง "....."

// me นั่งกุมหัว

คือนะคับ อ่า เราก็ควรมีประเด็นกันนิดนึงนะฮะ ก็มาดูกัน

เรากำลังพูดถึงความรวยใช่ป่ะ เราก็ต้องดูว่าความรวยอ่ะ มันคืออะไร

 Definition(เดฟฟินิชั่น=คำจำกัดความ) ความรวยคืออะไร

ความรวยในความคือของคุณคืออะไร

ลองคิดดู?

 

 

 

 

บ้าน?

 

รถ?

 

มีเงินทองล้นฟ้า?

 

ชอปปิงไม่จำกัด ?

 

อะไรคือความรวยในชีวิต? ถ้ายังไม่รู้ว่าความรวยคืออะไรแล้วชาตินี้ จะหามันเจอม๊ายยย

 

เป้าหมายคืออะไรยังไม่รู้ แต่จะก้าวเดินไปทั้งหยั่งเงี้ยแล้วจะไปหนายยยยย ก่อนอื่นเราต้องตั้งเป้าหมายเช่น

 

รวยยังไง?

-มีเงินเยอะๆ

เงินมากแค่ไหน?

-มากกว่า เจ็ดหมื่นล..อุ๊บส์

โอเค พอเรารู้เป้าหมายแล้ว ก็เขียนป้ายแปะไว้ซ้าาาาา เอามันมานั่งอ่านนั่งดู

ไปหารูปเงินเป็นกองภูเขาว่าไว้ใกล้ๆ ซักวัน ฉ้านนนต้องได้มันมา

แล้วไม่ใช่ว่านั่งๆนอนๆไม่ทำไรนะเฟร้ยย อย่างงั้นเค้าเรียนว่าฝันกลางวัน

ไปทำอะไรก็ได้ ย้ำ! อะไรก็ได้ ที่คิดว่าจะช่วยให้ท่านบรรลุฝันได้ ทำงานหาเงินอะไรก็ได้

วิธีที่จะใช้ต้องไม่เสี่ยงเกิน แล้วไม่ใช่หลับหูหลับตาไปเล่นหุ้นตอนนี้นะเฟร้ย! อย่างงั้นมันเกรียน!!!

หางานทำ,ดูเป้าหมายเราทุกวัน+วางแผนว่าอีกกี่ปี คอยหาโอกาสที่จะไปให้ถึง แล้วเราจะพบว่าเราสามารถเห็น

ทางที่จะพาเราไปสู่เป้าหมายได้ดีขึ้น (ที่จริงมันก็อยู่ของมันแหละ

แต่ตอนเราไม่มีเป้าหมายอะ เราไม่เคยสังเกตุ)

แล้วเป้าหมายนั้นก็จะไม่ใช่แค่ฝันเพราะเราทำไปจนถึงเป้าหมาย

อันนี้คือวิธีทางกายภาพ

แต่เราต้องอย่างลืมว่า "เรา" เป็นสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยร่างกายกับจิต

แบบคร่าวๆนะ

ถ้ากายเราอ่ะทำงานจะให้รวยแทบตายแต่จิตไม่รวยมันก็ไม่รวยนะ

เอ้า!ไม่เชื่ออะดิ

 ลองคิดดูนะ ถ้าเฮีย/เจ๊ มีัเงินซักเจ็ดหมื่นล้าน จะเอาไปโปรยใส่หมา

แจกแม่เจ๊กก็ไม่มีใครว่า

แถมทั่นทั้งหลายยังคิดว่าโหยถ้าตรูมีเงิน

เยอะขนาดนั้นคงนอนนับเงินเล่นไปแล้ววันๆไม่ต้องทำอะไร

จริงป่ะ!?

แต่เราไปดูเศรษฐีตัวเป็นๆ ที่เป็นหลักฐานความร่ำรวยในโลกนี้เด่ะ

มีใครวันๆนอนนับเงินมั่งฮะ

ไม่มี๊~~~~

มีแต่ยิ่งรวยยิ่งทำงาน ดูอย่างวอเรน บัฟเฟตเด่ะ

บิลเกตส์เงี้ย แล้วใครอีกหลายคน ทักกี้คุงของเราก็ใช่

ถามว่าความเป็นจริงแล้วไอ้ความรวยทางจิตอ่ะมันเป็นไงกันแน่

ความรวยทางจิตอ่ะ มันก็คือความสุขเว้ย

เออ! 

เอาและ เริ่มมีอาการแบบ "ตรูจะเลิกอ่านและ

รู้นะว่าจะพูดอะไร"

เอาน่า ไหนๆก็ อ่านและ อ่านให้มันจบๆเหอะนะ

ก็คือว่าตัวเองเห็นๆนะ

ดูทักกี้คุงแล้วเห็นมั๊ยว่าเค้ายังรู้สึกว่าไม่พอกับความรวย

เ้ค้ายังต้องการมันเพิ่ม

ในขณะที่วอเรน(เศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก)

ประกาศเลยว่า "ต่อให้คุณเอาทรัพย์สมบัติของผมไปทั้งหมดตอนนี้

อีกสองปีผมจะสามารถมีฐานะขึ้นมาได้และยังสามารถรวยกว่าเก่าได้อีก"!!!

เห็นมั๊ยว่าตรรกะมันต่างกัน

ต่างกันตรงไหนน่ะเหรอ?

ก็ตรงที่ว่าคนแรกยังทำงานเพื่อเงิน

แต่คนที่สองทำงานเพื่อทำงานไงล่ะ

เอาและ

งงป่ะ?

ทำงานเพื่องานมันก็คือการมีสติอยู่กับสิ่งที่ทำ เช่น

กำลังเดินอยู่ เรารู้ว่าเรากำลังเดินอยู่ ถ้าเดินอย่างเป็นธรรมชาติอ่ะ

มันจะต้องมีช่วงเวลาที่เผลอไปคิดชัวร์ๆ พอรู้ว่าไปคิดรู้ว่าเ้อ้อ เราลืมไปเลย

ว่ากำลังเดินอยู่

 

อันนี้เป็น ตัวอย่างในชีวิตประจำวันนะ

สิ่งที่ต้องการจะสื่อคือ ถ้าเราทำงานแล้วมีสติอยู่กับสิ่งที่ทำ

เราจะว่อกแว่กไปคิดเรื่องอื่นน้อยลง ทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่องานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราก็จะได้ผลงานดีแล้วก็มีความสุข

วอเรนเอง ก็ใช้เคล็ดลับเรื่องความสุขในการทำงานเนี่ยแหละ

ถ้าเรามีสมาธิ+สติอยู่กับงานที่ทำอ่ะ เราจะมีความสุขในการทำงานไปด้วยนะ

เพราะว่าคิดเรื่องอื่นน้อยลง จัดลำดับความสำคัญของงานได้ดีขึ้น

 โอเคอันนี้เป็นตัวอย่างเล็กๆ

ทำไมผมถึงพูดว่า เขาทำงานเพื่อทำงาน

เพราะเขาดูไม่ได้แยแสกับเม็ดเงินที่ได้

แปดสิบเปอร์เซ็นของรายได้ ก็ให้การกุศลหมด

(ไม่ชัวร์เรื่องเปอร์เซ็นนะ)

เห็นมั๊ยว่าเค้าไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน ขนาดนั้น

ทำไมล่ะ!? 

เพราะจิตของเขาเข้าถึงความรวยแล้ว ไง

เขาเข้าใจว่า ความรวยนั้นมันอยู่ที่ใจมากกว่า

ความรวยที่แท้จริงคือ

ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมภายในจิตใจ

ความรู้สึกที่ว่า "เ้อ้อ! พอแล้วนะั  ฉันใช้แค่นี้แหละ

ที่เกินมาก็ให้คนที่เค้ามีความจำเป็นมากกว่าไปใช้ก็แล้วกัน"

น่านนนนนนแหละคือความรู้สึกของคนรวย

เคยมีมั๊ยความรู้สึกแบบนี้น่ะ

ถ้ายิ่งมีบ่อยมีมากก็แสดงว่าเข้าใกล้ความรวยมากขึ้นทุกทีแล้ว

สังเกตุดิว่าเหตุผลของการทำทานก็คือสิ่งนี้แหละ

ทำไมต้องให้ของแก่คนที่ไม่รู้จัก ทำไม่ต้องบริจาคเงิน

ทำไม ทำไม ทำไม ต้องทำทาน

เพราะทานที่ทำมันกำลังบอกสิ่งนี้แก่เรา

ทำไม่ทำบุญกับพระอริยสงฆ์ถึงได้บุญมากกว่าคนทั่วไป

ก็เพราะ ใจท่านมีพอจนล้นแล้วไงล่ะ gเราเอาของไปให้ท่าน

แต่ท่านไม่จำเป็นต้องใช้แถมท่านยังรวยกว่าเรา

ที่นี้ทายได้มั๊ยว่าคนรวยเค้าจะต้องทำไง?

ใช่! ก็ให้ในสิ่งที่เขาไม่จำเป็นต้องใช้ใง

พระอริยสงฆ์

ท่านไม่จำเป็นต้องใช้บุญแล้ว ท่านก็เลยให้เรามามากมาย

ที้เข้าใัจยังว่าทำไมต้องทำทาน หรือบริจาคของ?

 

คราวนี้มาสู่ตัวคนอ่านอย่างเราๆท่านๆมั่ง

การเป็นคนรวยน่ะ เป็นได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย!

คือการช่วยคนรอบๆข้างเรา ทำอะไรก็ได้ 

ถือว่า เรามีเวลาส่วนเกิน แรงส่วนเกินที่เราไม่จำเป็นต้องใช้แล้วให้เขาไป

แค่นี้เราก็รวยแล้วจริงมั๊ย

แต่ถ้าจะให้รวยเวอร์แบบระดับโลกความรู้สึกให้การให้ทาน

มันก็ต้องระดับโลกนะ

เคยมั๊ยเวลาทำอะไรดีๆให้ใคร 

พอเห็นเค้ายินดีแล้วเราก็รู้สึกดีจั๊ยดีจัย

นั้นแหละความรู้สึกแบบนั้นแหละ ลองคิดดูว่าถ้า

วันนึงเราให้ทานแล้วมีความสุขชนิดที่ว่า

โอ้โหหหหห!!!

ความสุขท่วมโลกเลย 

เรามีความสุขมากจนอย่างจะแบ่งปันให้กับคนทั้งโลกได้!

คิดดูดิ คนแบบนั้นจะรวยขนาดใหน

นี่แหละความลับของความรวย

อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ความลับหรอก มันเป็นธรรมชาติ

ของมันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราจะลองเปิดใจยอมรับมันหรือเปล่า

ขอจบเอนทรี่นี้ด้วย quote จากพระพุทธเจ้าว่า

"เราทำได้เพียงแต่ชี้ทางที่ท่านจะพ้นจากทุกข์ให้ท่านได้เท่านั้น

ท่านจะต้องเดินไปเอง"

คือท่านเพียงแต่สั่งสอนทางพ้นทุกข์ บอกทางให้ได้เท่านั้น

แต่เราต้องไปทำเองจึงจะได้ผล เห็นผลจริง

และจงอย่าเชื่อจนกว่าตัวท่านจะลองพิสูจน์เอง

ขอให้ทุกท่านรำรวย มากๆครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ขอให้พ้นทุกข์ พบกับความสุขที่แท้จริงค่ะ big smile

#2 By Kaeyjung on 2009-01-03 21:09

คนบางคนหาคำปลอบใจในการหยุดนิ่งของตัวเอง ขณะบางคนเริ่มทำบางอย่างกับชีวิต

คนบางคนแยกไม่ได้ว่าอะไรคือความจริง อะไรคือการปลอบตัวเอง(หรือหลอกตัวเอง)

คนบางคนคิดว่าเราทำดีที่สุด ทั้งที่ยังไม่ทำอะไร

เพื่อให้ตนเองรู้สึกดีกับการไม่ทำอะไร...





ไม่มีอะไรได้มาโดยที่เราหยุดนิ่งอยู่กับที่



ถ้าความสุขของเรามันไม่มาหาเรา เราก็ไปหามันเอง

"คนที่คิดแต่สิ่งเดิมๆ ทำอยู่แต่กับสิ่งเดิมๆ มันก็ได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ"

ไม่ว่าเราจะบอกกับตัวเองว่าทำดีขนาดไหนก็ตาม


เราได้แต่หลอกตัวเองว่ารวยทางใจ แต่เราไม่ทำอะไร เพราะเราคิดว่าตัวเองรวยแล้ว มันก็ได้แค่นั้น
มันไม่มีทางงอกเงย



บางครั้งการอยุ่บนโลกมันก็ต้องมองความจริง
เรา ไม่ใช่นักธุรกิจร้อยแปดพันล้าน ไม่ใช่ลูกเศรษฐี การเอาไปเปรียบกันน่ะ มันคนละโลก

ถามว่าคนรวยเหล่านั้น ถ้าเขายังจนเหมือนเราตอนนี้ เขาจะทำเหมือนกับเราตอนนี้หรือเปล่า

ทำแน่นอน!

ไม่ว่างานนั้นมันจะเป็นอะไรมันก็ต้องทำไว้ก่อน

ตอนนี้เขาพูดได้เพราะ....เขารวย
เขารู้ด้วยว่าทำอย่างไรจะรวยได้อีก ดังนั้นเขาจึงสนุกกับการทำงาน เพราะงานทำให้ได้เงิน



แต่คนบางคนไม่มีทางพบความสุขจากงาน เพราะว่าแค่ก้าวแรกก็ท้อเสียก่อน มันก็ไม่ถึงจุดหรอก คนรวยก้าวแรกเขาก็ไม่ได้สบายนักหนา ชีวิตไม่ได้เป็นทางที่สวยงามเรียบเนียน ถ้าเราไม่คิดพยายามทำอะไร มันก็ไม่ได้อะไร


เราทำอะไร ก็ได้อย่างนั้น

อย่าคิดว่าทำอะไรง่ายๆแล้วมันจะได้กำไรมหาศาลเสมอไป การทำบุญโดยที่ไม่ได้ทำงาน หรือทำงานไม่ดี มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

เหมือนคนเล่นพนัน ลงทุนน้อย หวังว่าจะได้รวย มันก็ไม่รวยหรอก ทางศาสนาก็ว่าเอาไว้

พระพุทธเจ้าเองก็ให้เรามองเป็นเหตุเป็นผล
เราไม่ทำ แล้วเราจะได้อย่างไร

"เราไม่เคยไปทำกรรมไว้กับเขา เขาก็ไม่มาล้างแค้นเรา"
ก็คือๆกัน เราไม่ทำเราก็ไม่รวย





ก็ เป็นแค่มุมมองเรา ไม่รู้เลวไปหรือเปล่า แต่คิดอย่างงี้จริงๆ ต้องถามตัวเองว่าความจริงแล้ว เราเอาคำว่าจิตใจมาเป้นข้ออ้างในการให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นเฉยๆจริงหรือเปล่า

และที่เราทำอยู่ มันทำให้เราก้าวไปข้างหน้าหรือหยุดอยู่กับที่ เราทำดีแล้วจริงๆ หรือว่าแค่อยากปลอบใจตัวเอง



อย่าหนีความจริง
อย่าหยุด






เข้าใจว่าเรานอกประเด้นมากไป โทษทีน่ะ




ปล.การบริจาคนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในสังคมต่างชาติ คนไหนรวยแล้วไม่บริจาคถูกประณามนะ(อันนี้เรื่องจริง) ดังนั้นคนรวยเลยต้องบริจาคให้กับสังคมมาก มันเป็นเรื่องจำเป็นและเพื่อหน้าตา ไม่ทำก็ด้านไปหน่อยละ..

#3 By BEI on 2009-01-03 22:28

ประกาศ รีข้างบน "จงอ่านอีกครั้งหนึ่ง ย้ำ!! จงอ่านอีกครั้งหนึ่ง!!!" sad smile sad smile sad smile

#4 By Nerd de Scriptorus on 2009-01-04 17:37

<a href="http://vwbeiuatorukdjh.com">kvjpprqqbyiemqu</a> http://ujpnjnxljggchoh.com [url=http://ajhipunlsqmypud.com]efogrqbngqmngjg[/url]

#5 By ksirxloqqa (94.102.52.87) on 2010-06-07 23:17